วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินความสามารถผู้เรียน
เมื่อผู้สอนกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ตามความสามารถผู้เรียนได้ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การกำหนดวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ผู้สอนต้องวางแผนและกำหนดวิธีการประเมินให้เหมาะสมกับ กิจกรรมการสัมภาษณ์ เป็นวิธีการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและวิตกกังวล ผู้สอนควรใช้คำถามที่เหมาะสมเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดและตอบอย่างอิสระ จะทำให้ผู้สอนสามารถประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กและค้นพบศักยภาพในตัวเด็กได้โดยบันทึกข้อมูล ลงในแบบสัมภาษณ์ ครูผู้สอนควรปฏิบัติ ดังนี้
การเตรียมการก่อนการสัมภาษณ์ โดยกำหนดวัตถุประสงค์ของการสัมภาษณ์ กำหนดคำพูด/ คำถามที่จะพูดกับเด็ก ควรเป็นคำถามที่เด็กสามารถตอบโต้หลากหลายไม่มีผิด/ถูก
การปฏิบัติขณะสัมภาษณ์ ผู้สอนควรสร้างความคุ้นเคยเป็นกันเอง สร้างสภาพแวดล้อม ที่ไม่เคร่งเครียด ใช้คำถามที่กำหนดไว้ถามเด็กทีละคำถาม ให้เด็กมีโอกาสคิดและมีเวลาในการตอบคำถามอย่างอิสระ ระยะเวลา สัมภาษณ์ไม่ควรเกิน ๑๐ นาที
หลังการสัมภาษณ์ หลังการสัมภาษณ์ผู้สอนบันทึกในแบบสัมภาษณ์ ให้บันทึกคำพูดของเด็กตาม ความเป็นจริงหลังเสร็จการสัมภาษณ์ ผู้สอนค่อยพิจารณาข้อมูลจากคำพูดเด็กและลงความคิดเห็นที่สะท้อน พฤติกรรมที่แสดงออกของเด็กสอดคล้องกับความสามารถผู้เรียนเมื่อจบชั้นปี หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ของ หน่วยการจัดประสบการณ์ที่กำหนดไว้ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาการผ่านความสามารถ ผู้เรียนเมื่อจบชั้นปีที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้าน
การสัมภาษณ์ (Interview)แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ แบบมีโครงสร้าง
2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ
ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ แบบไม่มีโครงสร้าง
ผู้สัมภาษณ์ต้องมีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในการถาม-ตอบ
3. การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง (เหมาะกับผู้เริ่มต้นยังไม่มีความชำนาญ)
หลักทั่วไปในการสัมภาษณ์
3. ในขั้นสัมภาษณ์ เป็นผู้ฟังที่ดี
4. ยุติการสัมภาษณ์อย่างเหมาะสม
ข้อจำกัด / ข้อควรระวังของการสัมภาษณ์
2. ให้เวลาในการตอบคำถามเพียงพอ
3. การสร้างความไว้วางใจ คุ้นเคยใช้ภาษาเหมาะสมกับวัยเด็ก
4. การตีความ-วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ ต้องใช้ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากการประเมินแบบอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น